Dairy has alive#2
Wednesday 4 November,2009 at 22.08 pm. Headquater of Thailand
หวัดดีจ๊ะ…My lover diary
จริงๆ จะไปนอนแล้วล่ะ แต่ดูนั่นนู้นนี่…จนเผลอเข้า dpiranusid.multiply.com แล้วอดใจไว้ไม่ได้ลิงค์เข้าไปดูแฟ้มภาพหลายๆ แฟ้มของ คนพิเศษ ที่ฉันบอกว่าจะแนะนำให้นายรู้จัก นายอยากรู้ใช่ไหมว่า ฉันเข้าไปดูอะไร ฉันเข้าไปดูแฟ้มภาพเกาะช้าง จ.ตราด นายอยากจะถามฉันใช่ไหม ทำไมถึงเข้าไปดูภาพนั้นล่ะ ในเมื่อฉันเคยไปมาแล้ว
ตอนนั้น ถ้าจำไม่ผิด ไปตอนเรียนปี 3 ไปเพราะอยากได้ประสบการณ์ในการทำ walkrally ให้กับ นศ.มศว. งานนี้ต้องขอบคุณพี่กร ปกรณ์ ที่แนะนำ ฉันจำได้ สมัยนั้นที่ฉันไป เป็นช่วงหน้าหนาวแบบนี้ล่ะ…ฮืมฉันเกือบลืมบอกนายไปนะ มายไดอารี่ที่รัก
ฉันชักจะเข้าขั้นขี้ลืมอย่างรุนแรง แต่ยังดีที่นึกออก ไม่ช้าเกินแกง เพราะลืมไปว่า ฉันต้องไปเรียน กฎหมายกับรุ่นน้อง รุ่น 11 IMC และยังมีอีกเรื่องที่สำคัญมากจะบอกนาย
วันนี้ ผอ.เชิญไปคุย และบอกว่า นับจากนี้ไปอีก 5 เดือนข้างหน้า ที่สำนักงานศาลจะเปิดสอบและบรรจุคนใน คนนอกเป็นข้าราชการ
ฮืม…สนามแห่งการแข่งขันของชีวิตฉันเริ่มขึ้นแล้ว ฉะนั้นสิ้นปีนี้ (ปีใหม่) คงได้เดินเล่นที่นี้ล่ะ กรุงเทพมหานคร จะว่าไปก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้าฉันเบื่อๆ ฉันจะสะพายกล้องไปเก็บภาพแสง สี ยามค่ำคืนเหมือนเช่นที่หลายๆ ครั้งตั้งแต่เรียนถ่ายภาพสมัยป.ตรี ต้องไปเก็บงานส่งอาจารย์ ครั้งโน้นใช้ฟิลม์ม้วนถ่าย ครั้งนี้ไฮเทคกว่าเมื่อต้องใช้ กล้องดิจิตอล
งั้นฉันเห็นแล้วล่ะ ปีนี้คงเค้าท์ดาว์นที่ กทม. แต่ถ้าเป็นไปได้ ตอนนี้ฉันมีสถานที่ในความทรงจำ 2 แห่งที่อยากจะไปมากๆ ไม่งั้นฉันคงไม่เข้าไปดูอะไรต่อมิอะไรใน moreaboutnatt@multiply.com เพราะฉันอยากไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่แหลมงอบเหมือนตอนปี 3 จัง และอยากจะไปสัมผัสสุดแดนตะวันออก กับท้องทะเลจังหวัดตราด อยากไปนอนนับดาวที่หาดพร้าวอีกสักครั้ง
ส่วนที่ที่ 2 ที่ไม่ไกลมากจากกรุงเทพฯ ที่อยากไปอีก นั่นก็คือ จ. พิษณุโลก นายอยากรู้ใช่ไหมว่า ทำไม อันนี้ก็เพราะตอนที่ฉันตามพี่ๆ ในชมรมไปเที่ยวเหนือ 7 จังหวัด ใน 10 วันอ่ะ ฉันพลาดการแสตมป์บันทึกการเดินทาง ฉันอยากจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่นั้น อยากไปดูความงามของน้ำตกชาติตระการอีก อยากจะไปนอนกางเต้นท์ประชันความหนาวเหน็บอีกสักครั้งที่ อช.ภูหินร่องกล้า ไปดูอะไรแปลกตากับลานหินปุ่ม ลานหินแตก http://thai.tourismthailand.org/movie-clip-video/clipvideo-detail-396.html
แค่คิดก็อยากจะไปแล้ว ถ้าฉันจำไม่ผิด ตอนนั้นที่ไปจะเริ่มออกเดินทางจากกทม.คืนวันที่ 29 ธ.ค. และกลับมา กทม. ประมาณวันที่ 2-3 ม.ค. ฮืม…แค่นึกก็หนาว และอยากไปแล้ว
ส่วนที่ จ. ตราด ถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นที่ไป จะเป็นช่วงหน้าร้อน เพราะจำได้ว่า ไอศกรีมที่เราทานตอนอยู่ในเมือง ที่ร้าน 7-11 อันละ 20-30 แต่บนเกาะช้าง 60 กว่าบาท ส่วนอาหารที่ถูกมาก คือ ข้าวผัดกุ้ง ข้าวผัดทะเล แต่ที่แพงมากกลับเป็นข้าวผัดหมู ข้าวผัดไก่ ฮืม….อยากเอาเท้าไปสัมผัสแผ่นน้ำสุดแดนตะวันตก อยากเดินลงไปในทะเลตะวันตก แหม่แค่คิดก็ยังจดจำสีคราม มรกตของสีน้ำทะเลไทยได้ว่า มันสวยและใสมากแค่ไหน ยิ่งกว่านั้น ความโรแมนติกสุดๆ เห็นจะเป็นการได้นอนดูดาวในบ้านพักที่หลังคาเปิดเห็นดาวสุกสกาวอยู่บนท้องฟ้า นอนฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง นอนฟังเสียง และสายลมพัดผ่านเอากลิ่นอายความชุ่มชื่นจากทะเลพัดมาสู่กายเราให้หายเหนื่อย….และยามเช้าก็เฝ้ามองแสงสีทองของเช้าวันใหม่โผล่พ้นแผ่นน้ำ แผ่นฟ้าขึ้นมา แล้วก็เผลปล่อยวัน เวลา ปล่อยใจให้ล่องลอย ปล่อยให้ฝีเท้าก้าวเดินไปตามหาดทรายก้าแล้ว ก้าวเล่าสู่ชายหาด ทิวไม้อย่างเพลิดเพลิน และลงไปสัมผัสกับความใส สวย เย็นช่ำ ตอนทนไม่ไหวกับไอความร้อนที่ชักชวนให้หลงใหล จนต้องเผลอตัวเผลอใจลงไปนั่ง นอนลอยคออยู่ในแผ่นน้ำ
ส่วนอีกจุดหนึ่งที่ฉันชื่นชอบจากทะเลสีครามของจังหวัดตราดก็คือ “ต่อให้เดินลึกลงไปเพียงใด ท้องทะเลก็ยังคงราบเรียบไปเช่นนั้น”
